History Careers Store Locator Feed Back GFA VDO 2007
English Thai
Pizza Corner

Press Coverage


GFA เข็นพิซซ่าคอนเนอร์ เปิดตลาดพิซซ่าเล็ก "กินลำพัง"



GFAเล็งเสนอพิซซ่า คอนเนอร์ เปิดตลาดแฟรนไชส์พิซซ่าถาดเล็กกินคนเดียว เน้นจุดขายคล่องตัว เจาะพื้นที่ขนาดเล็ก เอื้อความได้เปรียบแบรนด์ชั้นนำ พร้อมชูความสดใหม่ทันใจใน 7 นาทีฉีกจุดต่างตลาดพิซซ่าระดับล่าง คาดกำลังซื้อสูง

หลังจากประสบความสำเร็จในธุรกิจร้านกาแฟ สร้างชื่อให้คอฟฟี่เวิลด์ เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระทั่งขยายสู่ธุรกิจอาหารว่างที่มีทั้งแซนด์วิช และสลัดในชื่อ "นิวยอร์กเดลี่" สร้างความเชื่อมั่นในแนวทางการบริหารภายใต้ บริษัทโกลบอล แฟรนชายส์ อาคิเทคส์ (จีเอฟเอ) ที่มีเป้าหมายสร้างเครือข่ายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจร

พิซซ่า จึงเป็นอีก 1 ธุรกิจที่มองพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยในปัจจุบันตอบรับในอาหารชนิดนี้ แม้ดูว่าจะมีผู้นำในตลาดรายใหญ่ๆ ครอบครองพื้นที่สำคัญ ๆ ไว้หมด แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนับ 40 แห่งจากการขยายตลาดในประเทศอินเดียเป็นต้นแบบให้มองเห็นโอกาสของตลาดในประเทศไทยที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นไปได้

นายธวัชชัย ทองเจริญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทโกลบอล แฟรนชายส์ อาคิเทคส์ (จีเอฟเอ) จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่เราประสบความสำเร็จมากและเป็นคู่แข่งกับพิซซ่า ฮัทในตลาดอินเดีย ประกอบกับคนไทยชอบความแปลกใหม่อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อประเมินศักยภาพ ซึ่งเรามีรากฐานที่มั่นคงทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) การตรวจสอบคุณภาพ มีสูตรพิซซ่าที่แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น

"การที่เราจะไปแข่งขันโดยตรงกับแบรนด์พิซซ่ายักษ์ใหญ่ที่มีอยู่มากมายในตลาดไทยค่อนข้างยากเพราะเขาครอบครองพื้นที่สำคัญๆ หมดแล้วอย่างไรก็ตามธุรกิจพิซซ่าก็ยังมีพี้นที่และช่องว่างเหลืออีกมาก ตราบใดที่คุณภาพนั้นดี มีรสชาติถูกปากคนไทย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็สามารถลงมาทำตลาดตรงนี้ได้"

ในหลายๆ ปีที่ผ่านมาผู้ที่สนใจในธุรกิจพิซซ่าหรือแฟรนไชส์พิซซ่า ต้องใช้งบประมาณการลงทุนส่วนมาก 15 ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้นจึงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับพิซซ่า คอนเนอร์ ที่ใช้งบประมาณการลงทุนประมาณ 2 ล้านบาทบนขนาดพื้นที่ 60 ตรม. เทียบเท่า 1 ใน 3 ของธุรกิจพิซซ่าทั่วไป ออกแบบให้ลดการใช้พื้นที่ประกอบอาหารลงโดยนำระบบจัดการเข้ามาร่วมสร้างความคล่องตัวให้กับการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ งบประมาณการลงทุนเมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายแล้วได้ผลตอบแทนการลงทุนเร็วกว่าพิซซ่ายี่ห้ออื่นๆ

"จุดเด่น เราสามารถไปเปิดในที่ไม่มีคู่แข่งอยู่ได้ อาทิ ธุรกิจพิซซ่าส่วนใหญ่ต้องมีพื้นที่ใหญ่ 100-200 ตรม. ขึ้นไปเป็นช่องทางที่เรามองแตกต่างจากอื่นๆ แต่รูปแบบของพิซซ่าคอนเนอร์ วางรูปแบบไว้ไม่ต้องตีหรือนวดแป้งเองที่ต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง ทำให้ประหยัดงบประมาณและพื้นที่ในการเปิดร้านได้ ทำให้มีความคล่องตัวต่อการเปิดในทำเลที่ต่าง ๆ ซึ่งร้านพิซซ่าแบรนด์ใหญ่ๆ ไม่สามารถเข้าไปเปิดได้ อาทิ พื้นที่ในห้างที่มีความต้องการใช้พื้นที่น้อยกว่า อาทิ ฟู้ดเซ็นเตอร์"

ด้านผลิตภัณฑ์ มีให้เลือกทั้งพิซซ่าขนาด 6 นิ้ว 30 บาท 8 นิ้ว 120 บาท 12 นิ้ว 180 บาท โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ต้องการรับประทานพิซซ่าแต่ไม่มีเพื่อน ก็สามารถนั่งทานคนเดียวได้

"หลังจากเปิดตัวในปีที่ผ่านมาพิซซ่าคอนเนอร์เราเปิดได้ 4 สาขา แต่ปีนี้เราจะพยายามเปิดแฟรนไชส์ ในทุกแบรนด์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้คาดว่าแบรนด์ที่จะมาแรงมากๆ คือพิซซ่าคอนเนอร์ ใม่ต่ำกว่า 10 สาขา จุดหนึ่งเป็นแบรนด์ที่ดีไซน์ รูปแบบธุรกิจที่เราออกแบบงบประมาณการลงทุนค่อนข้างต่ำกว่าธุรกิจพิซซ่าประเภทอื่นๆ วางระบบไม่สลับซับซ้อนง่ายๆ มีวิธีปฏิบัติงานในร้านได้ง่าย คือ ใช้พิซซ่าสำเร็จรูป ทำตามคำสั่งของลูกค้า ผู้ที่สนใจต้องการมีร้านพิซซ่าเป็นของตนเอง แต่ไม่ต้องลงทุนมากนักสามารถซื้อแฟรนไชส์ได้ โดยมีรสชาติไม่แพ้เจ้าอื่นๆ ธุรกิจพิซซ่ามีคู่แข่งเยอะอยู่แล้ว แต่การใช้พื้นที่ขนาดเล็กในจุดต่างๆ เช่นเดียวกับที่เราทำ เป็นไปได้ยากเรามั่นใจ น่าจะเป็นรายเดียวที่ใช้แป้งสำเร็จแต่ว่าสดเพราะอบใหม่พร้อมเสิร์ฟใน 7 นาที" นายธวัชชัยกล่าว

อีกธุรกิจหนึ่งที่ค่ายนี้นำมาเสนอสร้างสีสันใหม่ให้กับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
"เดอะครีมแอนด์ฟัดจ์" ร้านไอศกรีมระดับพรีเมียม ที่มีจุดขายอยู่ที่ลูกเล่นที่สามารถสร้างกิจกรรมร่วมสนุกให้กับผู้บริโภค นอกเหนือจากความเข้มข้นของรสชาติกำลังได้รับความนิยมกว้างขวางในอเมริกาและยุโรป ในประเทศไทยยังไม่มีให้บริการเต็มรูปแบบผู้บริโภคที่ต้องการความหลากหลายใม่จำเจ ราคาเริ่มต้น 60 บาท

สำหรับธุรกิจไอศกรีมพรีเมี่ยมน้องใหม่นี้เป็นช่วงของการวางภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตราสินค้า ดังนั้นกลยุทธ์การนำเสนอค่อนข้างเลือกพื้นที่เน้นเฉพาะทำเลระดับพรีเมียม

"จะเลือกทำเลที่ถูกต้องเท่านั้น การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ นั้นถ้านำเสนอแล้วแนวคิดไม่เกิดการรับรู้ตามแผนที่วางไว้ เท่ากับเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเท่าไร จึงเลือกทำเลที่สามารถสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้นำเทรนด์ต่างๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้ที่กว้างขวางขึ้นก่อน ปัจจุบันมี 2 สาขา สยามพารากอนและสายลมวิลเลจ ที่หัวหิน"

"ปีที่ผ่านมาบริษัทเปิด 12 สาขา ดังนั้นในปี 2549 คาดการเติบโตอย่างน้อยเท่านั้น เพราะเล็งเห็นว่าจากสภาพเศรษฐกิจของเราปัจจุบัน อัตราเงินดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมาก ผู้มีเงินออมจากการฝากแบงค์คงไม่ค่อยได้รับผลตอบแทนมากนักค่อนข้างมีโอกาสน้อยที่จะหารายได้จากเงินสะสมก้อนนั้น ดังนั้นเชื่อว่าธุรกิจแฟรนไชส์ที่แบรนด์มีความเชื่อมั่นจะเป็นธุรกิจที่มาแรง เพราะถือว่าเป็นการทำธุรกิจประเภทลดขั้นตอน (short Cut) ไม่ต้องมีประสบการณ์ก็สามารถลงทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนกับแบรนพ์ที่มีประสบการณ์และชื่อเสียงอยู่แล้ว"

More news >>