
GFA ดัน 'พิซซ่า คอร์เนอร์' เข้าไทย
ดึงประสบการณ์จากอินเดียช่วยบริหาร
![]()
แม้ว่า "พิซซ่า คอร์เนอร์" จะเป็นน้องใหม่ในตลาดพิซซ่า แต่ด้วยภายใต้การบริหารงานของบริษัท โกลบอล แฟรนชายส์ อาคิเทคส์ หรือจีเอฟเอ (GFA) ซึ่งมีความเก๋าในการทำตลาดในประเทศไทยมาเป็นทุนเดิมจากการบริหารธุรกิจกาแฟสด "คอฟฟี่เวิลด์" ซึ่งเป็นร้านกาแฟสดระดับพรีเมียมเจ้าแรกที่มาทำตลาดในไทยจนถึงปัจจุบันสามารถครอบความเป็นอันดับสองได้อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งการันตีได้ว่า "พิซซ่า คอร์เนอร์" คงไม่ใช่พิซซ่าน้องใหม่ธรรมดา
"พิซซ่า คอร์เนอร์" ถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศอินเดียเป็นที่แรกและได้ขยายไปยังประเทศต่างๆ พร้อมทั้งนำความชำนาญจากการทำตลาดในอินเดียเข้าไปบริหารในประเทศนั้นๆ ด้วย ซึ่งรวมถึงประเทศไทยภายใต้การนำของ "เฟรด มูอาวาร์ด" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล แฟรนชายส์ อาคิเทคส์ หรือ จีเอฟเอ (GFA)
เฟรด กล่าวถึงความเป็นมาในการขยายสาขาในไทย ว่า พิซซ่า คอร์เนอร์ นับเป็นแบรนด์แรกที่เข้าไปทำตลาดในประเทศอินเดียจนถึงปัจจุบันสามารถขยายสาขาทั้งหมด 38 สาขา และครอบมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับหนึ่งอยู่ในตลาดอินเดีย ซึ่งปีนี้ พิซซ่า คอร์เนอร์ในประเทศอินเดียมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา
เขามองเห็นว่าโอกาสธุรกิจของพิซซ่าในไทยว่ายังมีแนวโน้มที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต่างจากเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมาที่มองแทบจะไม่เห็นโอกาส และที่สำคัญคือการทำตลาดที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นด้วยการเปิดสาขาในรูปแบบคอร์เนอร์ไปตามซูเปอร์มาร์เกต, ดิสเคานท์สโตร์, ศูนย์การค้า, สถานีบริการน้ำมัน, อาคารสำนักงาน, โรงภาพยนตร์ และย่านธุรกิจต่างๆ เพราะไม่ต้องการแข่งขันกับร้านพิซซ่าขนาดใหญ่ และต้องการสร้างความแตกต่างโดยจะเน้นโลเกชั่นที่ร้านพิซซ่าขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้
นอกจากนี้ การเปิดร้านพิซซ่าแบบเป็นคอร์เนอร์ยังหาพื้นที่ได้ง่าย เพราะไม่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่และยังสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า เช่น การเปิดสาขาที่ห้างสรรพสินค้าเล็กๆ ตามชานเมืองแต่มีกลุ่มเป้าหมาย ในขณะที่จุดขายของพิซซ่า คอร์เนอร์ คือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และการทำพร้อมทั้งอบสดที่ร้าน โดยใช้เวลาในการอบเพียง 6 นาที ในขณะที่แบรนด์อื่นจะเป็นการนำพิซซ่าที่ผลิตในรูปของอาหารแช่แข็งมาอุ่นเพื่อจำหน่ายซึ่งตรงนี้ทำให้รสชาติของพิซซ่า คอร์เนอร์แตกต่างจากแบรนด์เหล่านั้น เพราะจะให้รสชาติที่เหมือนกับร้านพิซซ่าขนาดใหญ่โดยพิซซ่า คอร์เนอร์จะมีพิซซ่าให้เลือก 2 ขนาด คือขนาด 6 นิ้ว และ 8 นิ้ว พร้อมจำหน่ายในระดับราคาเริ่มตั้งแต่ 80-180 บาท
"ร้านพิซซ่าของเราก็เหมือนกับร้านพิซซ่าขนาดใหญ่ทุกอย่างแต่พื้นที่ร้านของเรามีขนาดเล็กเท่านั้นเองและเราจะไม่เน้นการทำตลาดเหมือนกัน ร้านพิซซ่าขนาดใหญ่ที่ 1 โต๊ะจะต้องมากินกันหลายคนและเน้นบริการเดลิเวอรี่ แต่เราก็มีบริการกินในร้านเหมือนกันด้วยรูปแบบเอ็กซ์เพรส เพราะเราเน้นการซื้อแบบเทคอะเวย์มากกว่า เราเชื่อว่าตลาดเทคอะเวย์ยังมีโอกาสอยู่สูงเพราะคู่แข่งหลายรายในตลาดยังไม่ได้เสนอสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีต่างจากของเราที่เสนอสินค้าคุณภาพดีใหม่สดอบที่ร้าน เราคิดว่าเราเป็นแบรนด์เดียวที่จะสามารถสร้างความแตกต่างในช่องทางนี้ได้ เราไม่ใช่พิซซ่าราคาถูกหรือคุณภาพต่ำเราเป็นพิซซ่าที่มีคุณภาพคุณค่าเหมาะสมกับราคาและเน้นเรื่องความสะดวกซื้อ เราไม่ใช่แบรนด์เล็กแต่เป็นแบรนด์ใหญ่และมีอิมเมจที่ดี
เฟรดได้ตั้งเป้าหมายการขยายสาขาพิซซ่า คอร์เนอร์ ในปีนี้ไว้ที่ 10 สาขา ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการไปแล้ว 2 สาขาที่โรบินสัน บางรัก และสถานีบริการน้ำมันปิโตรนาส ถนนศรีนครินทร์ และคาดว่าจะสามารถเปิดได้ถึง 100 สาขาในอีก 3 ปีข้างหน้าหรือในปี 2552 โดยตั้งงบในการลงทุนเปิดสาขา 150 ล้านบาท ซึ่ง 100 สาขา จะเป็นสาขาแฟรนไชส์ 50 สาขา ส่วนอีก 50 สาขาจะเป็นสาขาของบริษัท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มบริการเดลิเวอรี่ต่อไปในอนาคต
ส่วนการทำตลาดของพิซซ่า คอร์เนอร์ จะเป็นการทำตลาดแบบผสมผสานการใช้สื่อ ทั้งการโฆษณาตามนิตยสาร วิทยุ ไดเรกเมล และโปรโมชั่นของร้าน ซึ่งในเดือนหน้าพิซซ่า คอร์เนอร์จะจัดโปรโมชั่นร่วมกับสถานีบริการปิโตรนาส แต่กลยุทธ์ที่สำคัญของพิซซ่า คอร์เนอร์ คือ การใช้ Word of Mouth หรือการบอกปากต่อปาก ซึ่งจะต้องสร้างการบอกปากต่อปากทั้งในเรื่องของรสชาติและบริการ
More news >>