
"พิซซ่าคอร์นเนอร์" ต้องแตกต่างถึงเกิดได้
![]()
การเข้าสู่ตลาดพิซซ่าในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดเพียง 3 รายเท่านั้นเองก็ตาม แต่ก็เป็นจำนวนน้อยรายที่สามารถครอบคลุมตลาดแทบจะ 80-90% แล้วจากมูลค่าตลาดรวมพิซซ่าในไทยกว่า 3,000 ล้านบาท จาก 2 รายใหญ่คือ เดอะพิซซ่าคอมปะนีกับพิซซ่าฮัท ส่วนอีกรายหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเชนคือ นารายณ์พิซเซอเรียก็เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น
หากยังจำกันได้ มีหลายค่ายพิซซ่าทั้งโลคอลและอินเตอร์แบรนด์ที่ต้องล้มหายตายจากไปแล้วเช่น พิซซ่าเวิลด์ โดมิโนพิซซ่า พิซซ่ามอลล์ เป็นต้น เพราะไม่อาจสู้แรงเหวี่ยงทั้งปัจจัยเงินทุน ชื่อเสียง และเครือข่ายของสองยักษ์ใหญ่ได้
ผู้ประกอบการที่ยังพอสามารถลุยตลาดพิซซ่าในไทยโดยที่ไม่ได้ทำในลักษณะเป็นเชนนั้นก็ยังพออยู่ได้เช่น ตามโรงแรม หรือตามย่านชุมชน ร้านอาหารทั่วไป
จุดแตกต่างเท่านั้นที่จะทำให้พิซซ่ารายใหม่ๆ ที่เป็นเชนยังพอสามารถที่จะแทรกตัวเข้ามาแจ้งเปิดร้านได้บ้าง แต่จะแจ้งเกิดได้หรือไม่ต้องคอยดู
"พิซซ่า คอร์เนอร์" กำลังจะกลายเป็นฮีโร่พันธุ์ใหม่ที่หาญกล้ากระโดดเข้าร่วมสมรภูมิดุเดือดนี้
พิซซ่า คอร์เนอร์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจอาหารของกลุ่มบริษัท โกลบอล แฟรนไชส์ อาคิเท็คส์ หรือจีเอฟเอ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการค้าปลีกอาหารที่โด่งดังหลายแบรนด์ทั่วเอเชีย อย่างเช่น ร้านกาแฟคอฟฟี่เวิลด์ ร้านขนมปังนิวยอร์กเดลี่ พิซซ่าคอร์เนอร์ เป็นต้น
ชื่อเสียงที่แพร่หลายของพิซซ่าคอร์เนอร์ในตลาดอินเดียนานกว่า 30 ปี หรือการขยายตลาดเข้าไปในประเทศจีน พม่า อาจจะเป็นอีกหนึ่งแรงความเชื่อมั่นของกลุ่มจีเอฟเอที่เสริมกับประสบการณ์ทำธุรกิจในไทยผ่านร้านคอฟฟี่เวิลด์ ที่เป็นแรงหนุนหวังที่จะแจ้งเกิดได้ ถึงขั้นที่คาดหวังว่าจะเปิดสาขาให้ได้ในปีแรกนี้ประมาณ 10 แห่ง
ทั้งนี้เป้าหมายของพิซซ่าคอร์เนอร์นั้น ในช่วงแรกนี้คงต้องหว่านไปในหลายรูปแบบเพื่อการหาจุดที่เหมาะสมที่สุด โดยสาขาแรกนั้นเปิดไปแล้วที่ โรบินสันบางรัก ซึ่งเป็นร้านที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ส่วนร้านที่สองเปิดอยู่ในปั๊มน้ำมันปิโตรนาสสาขาถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเพิ่งเปิดบริการไม่นานนี้
ตรงนี้เองที่อาจกล่าวได้ว่า ต้องฉีกรูปแบบเดิมจากคู่แข่งตัวฉกาจในตลาดพิซซ่าในไทยที่ยึดครองช่องทางศูนย์การค้า พลาซ่า ดิสเคานต์สโตร์ หรือแม้แต่ช่องทางดิลิเวอรี่ไว้แทบหมดแล้ว ปั๊มน้ำมันจึงอาจจะเป็นอีกทางออกหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีรายใดทำอยู่ในเวลานี้ จะมีก็เป็นแต่ร้านแมคโดนัลด์ หรือเคเอฟซี แต่ก็เป็นฟาสต์ฟูดคนละเซกเมนต์กัน
นอกเหนือจากนั้นแล้ว จุดแตกต่างที่พิซซ่าคอร์เนอร์นำมาใช้คือ การเปิดเป็นร้านค้าปลีกลักษณะไม่ใหญ่และขายความรวดเร็วหรือที่เรียกว่า เอ็กซ์เพรสชอป พื้นที่เฉลี่ย 15-300 ตารางเมตรก็เปิดได้ แต่ใช้เงินลงทุนไม่เบาประมาณ 1-8 ล้านบาทต่อสาขา และราคาขายที่ไม่แพง หรือคิดแล้วประมาณ 40-60 บาทต่อคนก็สามารถทานพิซซ่าคอร์เนอร์ได้ ซึ่งพิซซ่าคอร์เนอร์นี้จะมีทั้งการซื้อกลับบ้านและนั่งรับประทานในร้าน ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องความแตกต่างจากรายเดิม
อีกประเด็นที่จะเป็นตัวดึงดูดลูกค้าก็คือการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สร้างประสบการณ์ในการทานด้วยการให้บริการแต่งหน้าพิซซ่าเองได้ด้วย ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับร้านไอศกรีมบางแห่งที่ทำเช่นนี้ และสามารถเข้าถึงใจผู้บริโภคได้ดีในระดับของการสร้างแบรนด์
หากแผนขั้นสองคือ การเปิดตลาดพิซซ่าคอร์เนอร์เรียบร้อยแล้ว จากนี้จะได้เห็นธุรกิจแบรนด์ใหม่ๆ ของจีเอฟเอตามมาอีก เช่น ร้านไอศกรีมเดอะครีมแอนด์ฟัดจ์ ระดับพรีเมี่ยม ที่พร้อมจะอวดโฉมสาขาแรกในไทยที่โครงการสยามพารากอนปลายปีนี้ ขณะที่ร้านนิวยอร์กเดลี่นั้นก็ยังอยู่ในช่วงของการตั้งไข่ หลังจากที่ร้านกาแฟคอฟฟี่เวิลด์นั้นติดลมบนไทยไปแล้ว
More news >>